Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

งาน

184 views

Published on

  • Login to see the comments

  • Be the first to like this

งาน

  1. 1. นายธนาวัตร นวลละออง ชั้น ม.6/3 เลขที่ 15 เสนอ อ.นิตยา ทองดียิ่ง
  2. 2. สวัสดีครับ
  3. 3. หลักการวิจารณ์ นวนิยาย
  4. 4. การวิจารณ์หรือการสับนิยายนั้น มีหลายคนชื่นชอบการสับนิยายกัน แต่ส่วนใหญ่เท่าที่อ่านยังสับได้ไม่ถูกวิธีหรือไม่ก็เข้าไปสับเพราะเกิดหมั่นไส้ จงใจเข้าไปด่า เข้าไปหาเรื่องทาให้เจ้าของนิยายเสียหายมากกว่าและก็มีอีกหลายต่อหลายคนที่อยากสับนิยายบ้าง แต่ไม่รู้จะสับอย่างไรดี เพราะไม่มีพื้นฐาน หรือไม่กล้าสับผมมีวิธีการสับนิยายอย่างง่ายๆ ใครก็ทาได้มาสอนเล็กน้อยเพื่อให้ทุกคนอ่านนิยายกันอย่างได้อรรถรส ได้ประโยชน์ และเป็นการพัฒนาฝีมือเพราะการสับนิยายก็คือการฝึกเทคนิคการแต่งนิยายของเราเอง เพื่อให้การแต่งของเราเฉียบคมยิ่งขึ้น ปิดจุดบกพร่องในตัวนิยายของเราซึ่งมีความจาเป็นมากสาหรับผู้ที่ผ่านการพิจารณาแล้ว แต่บก.ยังให้เรากลับไปแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ เป็นต้น
  5. 5. ชื่อเรื่อง (Name)ชื่อมีความสาคัญไม่แพ้เนื้อเรื่อง เพราะมันคือด่านแรกที่ทาให้ผู้อ่านได้รู้จักกับนิยาย การสับนั้น เราต้องดูว่าชื่อเรื่องน่าสนใจ จาง่าย ชวนให้ติดตามอ่านเนื้อในหรือไม่ ชื่อเรื่องควรเป็นอะไรที่แปลก ท้าทายมีปริศนาอยู่ในที ชื่อเรื่องจะมีความสัมพันธ์กับการเปิดเรื่องหรือปุริมบทและมีผลต่อเนื้อเรือง ่ โครงเรื่อง (Plot)โครงเรื่องเปรียบเหมือนกระดูกสันหลัง คือเหตุการณ์ของการทาให้เกิดเรื่องขึ้นและดาเนินไปจนจบ การสับต้องสังเกตดูว่าผูกเรื่องได้ดีหรือไม่ สมเหตุสมผลไหม ที่ประกอบกันเป็นเนื้อหา เช่น เรื่องราวบรรยากาศ เวลา ปัญหาข้อขัดแย้ง และข้อคิดมีความน่าสนใจหรือไม่ ความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์เกี่ยวเนื่องสอดคล้องมีไหม
  6. 6. ฉาก (Setting)สิ่งแวดล้อม เวลา และสถานที่ในเรื่อง เวลาสับดูว่าเกิดขึ้นที่ไหนระยะเวลาฤดูกาลใด บรรยากาศพาให้เกิดความรู้สึกเช่นไร มีการพรรณนาฉากผู้แต่งบรรยายได้ชัดเจนหรือไม่ ฉากใดบ้างที่ทาได้ดีประทับใจเพียงใด หรือการสร้างฉาก คนแต่งได้เตรียมอารมณ์ให้ผู้อ่านเข้ากับเหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นดีเพียงไหนตัวละคร (Character)ดูว่าในเรื่องนั้นมีตัวละครสาคัญๆ กี่ตว ตัวประกอบกี่ตัว แต่ละตัว ัอยู่ในวัยไหน คนแต่งแสดงบุคลิกลักษณะของตัวละครออกมาได้เด่นชัดหรือไม่ มีลักษณะรูปร่างหน้าตาและอุปนิสัยอย่างไร สมจริงเหมือนคนทั่วๆไปหรือไม่ ตัวละครแต่ละตัวมีบทบาทต่อเนื้อเรื่องมากน้อยเพียงไหน
  7. 7. กลวิธีการดาเนินเรื่อง (Point of View)ก่อนอืนต้องตั้งคาถามว่า เรื่องนี้ใครเป็นผู้เล่าเรื่อง นักเขียนเล่าเอง ่(มุมมอง3) หรือตัวละครเป็นผุเ้ ล่า (มุมมองที่ 1) ถ้านักเขียนเล่าเองคือใช้มุมมองสายตาพระเจ้า ซึ่งรู้เรื่องทั้งหมดทุกคน ทุกอย่าง ทุกที่ทุกเหตุการณ์ ทุกความคิดของตัวละคร ถ้าเป็นตัวละครเล่าจะต้องจากัดแต่ความคิด และเห็นเท่าที่ตัวละครเห็น เล่าเท่าที่ตัวละครรู้ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขัดแย้งต่อตัวเองการสับ เราต้องดูว่าผู้แต่งเลือกใช้กลวิธีการเล่าให้เกิดประโยชน์มากแค่ไหน มองเหตุการณ์จากจุดใดเล่าอย่างเป็นกลางแค่ไหน เสนอเรื่องแบบไหน เช่น การดาเนินเรื่องตามปฏิทิน แบบเล่าย้อน แบบต่างสถานที่สลับไปมา เป็นต้นกลวิธีการดาเนินเรื่องนั้นๆ ได้เปิดเผยให้ผู้อ่านทราบแค่ไหน สมจริงสมจังเข้มข้นแค่ไหน และที่สาคัญมีความสอดคล้องกลมกลืนกันหรือไม่
  8. 8. สรุปนวนิยาย เรื่องหนี้รักบาเรอใจ
  9. 9. เรื่องย่อ คุหญิงวลัยได้ติดหนี้ จานวน 300,000,000 บาท กับคุณหญิงวรางค์ คุณหญิงวลัยเลยบังคับลูกสาวชื่อจันกะพ้อให้แต่งงานกับลูกชายของคุณหญิงวรางค์ชื่อกฤตยชญ์เพื่อล้างหนี้ที่ตอดอยู่ แต่ถูกหญิงสาวปฏิเสธการแต่งงาน จึงหนี้การแต่งงาน
  10. 10. หลังจากหนีการแต่งงาน จันทน์กะพ้อจาใจต้องจานองแปลงกล้วยไม้ของไร่ดาศิลป์ เพื่อนาเงินก้อนใหญ่มาใช้หนี้แทนมารดา โดยไม่รู้สักนิดว่าเจ้าหนี้ของเธอก็คือคนที่ย่ายีศักดิ์ศรีเธอจนหมดสิ้น และเป็นคนที่เธอหนีการแต่งงานมาด้วยความเกลียดชัง ในขณะที่กฤตยชญ์ รอวันสะสางความแค้นที่หญิงสาวเคยทาไว้กับเขา ทันทีที่เธอขาดส่งดอกเบี้ย เขาก็ยื่นข้อเสนอให้เธอยอมเป็นนางบาเรอเพื่อแลกกับการยึดแปลงกล้วยไม้ที่หญิงสาวรักนักหนา ทว่าภายใต้การกระทาอันแสนร้ายกาจ จันทน์กะพ้อรู้เพียงว่าเธอติดหนี้รัก และต้องการบาเรอใจเขาตลอดไป
  11. 11. ตัวละคร เรื่อง หนีรักบาเรอใจ ้1.จันทร์กะพ้อ 10.เจ้าแม้นหมาย2.กฤตยชญ์ 11.เจ้าแม้นขวัญ3.คุณวลัย 12.อานนท์4.คุณวรางค์ 13.พิชิต5.นายคริษฐ์ 14.มิสเตอร์คลิฟฟอร์ด6.จันทร์ราไพ7.ปู่ไหว8.พี่อ้อ9.นายสัน
  12. 12. วิจารณ์ลักษณะนิสัยตัวละคร เรื่อง หนี้รักบาเรอใจ
  13. 13. ลักษณะนิสัยตัวละคร1.จันทร์กะพ้อ-ลักษณะนิสัยถูกขดขี่ข่มเหง-จาใจต้องจานองที่แปลงกล้วยไม้ของไร่ดาศิลป์เพื่อนาเงินก้อนใหญ่มาใช้หนี้แทนมารดา โดยไม่รู้สักนิดเลยว่าเจ้าหนี้ของเธอก็คือคนที่ย่ายี่ศักดิ์ศรีเธอจนหมดสิ้นและเป็นคนที่เธอหนี้การแต่งงานมาด้วยความเกลียดชัง
  14. 14. 2.กฤตยชญ์-ลักษณะนิสัยใจร้าย-คิดรอวันเพื่อสะสางความแค้นที่หญิงสาวเคยทาไว้กับเขาทันที่เธอขาดส่งดอกเบี้ยเขาก็ยื่นข้อเสนอให้เธอยอมเป็นนางบาเรอเพื่อแลกกับการยึดแปลงกล้วยไม้ที่หญิงสาวรักนักหนา
  15. 15. 3.คุณวลัย-ลักษณะนิสัยบังคับลูก-ติกดหนี้ 300,000,000 บาท จึงบังคับให้ลูกสาวชื่อจันทร์กะพ้อ แต่งงานของลูกชายของเจ้าหนี้ ชื่อว่ากฤตยชญ์
  16. 16. 4.คุณวรางค์-ลักษณะนิสัยบังคับลูก-มีคนติดหนี้อยู่ 300,000,000 บาท จึงบังคับให้ลูกชายชื่อว่ากฤตยชญ์แต่งงานกับลูกหนี้ เพื่อจะหักค่าติดที่ติดอยู่ 300,000,000บาท กับค่าทสินสอด
  17. 17. 5.นายคริษฐ์-ลักษณะนิสัยดี มีน้าใจ-เมื่อรู้ว่าจันทร์กะพ้อถูกนายกฤตยชญ์ทาให้เสียใจก็จะมาปลอบใจ และเมื่อจันทร์กะพ้อทุกยากหรือมีปัญหาเรื่องเงินก็จะยอมช่วยเหลือ
  18. 18. 6.จันทร์ราไพ-ลักษณะนิสัยรักและเชื่อพี่-เมื่อรู้ว่าพี่จันทร์กะพ้ออยู่กับนายกฤตยชญ์แบบสามีภรรยาจันทร์กะพ้อก็บอกจันทร์ราไพว่าให้ปกปิดเรื่องนี้เป็นความลับอย่าเอาไปบอกแม่
  19. 19. 7.ปู่ไหว-ลักษณะนิสัยห่วงใยคุณหนู-เมื่อปู่ไหวรู้ว่านายกฤตยชญ์ทาให้คุณหนูจันทร์กะพ้อเสียใจก็โกรธมากและบอกว่าถ้าทาให้คุณหนูจันทร์กะพ้อเสียใจอีกปู่ไหวไม่ยอมแน่
  20. 20. 8.พี่อ้อ-ลักษณะนิสัยรักและเห็นด้วยกับคุณหนู-พี่อ้อเป็นสาวใช้ที่เป็นทั้งพี่เลี้ยงและเพื่อนสนิทของจันทร์กะพ้อมาตั้งแต่เด็ก‘พี่อ้อคะ’‘มีอะไรคะคุณหนู’‘พี่คิดว่าพี่กลางเป็นผู้ชายที่ดีไหมคะ’‘ดีสิคะ ผู้ชายในขวัญเลยคุณหนูคะ’‘งั้นก็ดี กะพ้อคิดว่า จะแต่งงานกับพี่กลาง’
  21. 21. 9.นายสัน-ลักษณะนิสัยทาตามเจ้านายสั่งทุกอย่าง-นายกฤตยชญ์สั่งให้นายสันราดน้ามันลงบนแปลงกล้วยไม้และสั่งให้จุดไฟ จนเกิดเปลวไฟลุกไหม้แปลงกล้วยไม้เกือบหมด
  22. 22. 10.เจ้าแม้นหมาย-ลักษณะนิสัยทาตัวมีอานาจสูง-ยากจะแต่งงานกับจันทร์กะพ้อแต่จันทร์กะพ้อไม่ยอม หลอกให้จันทร์กะพ้อเอากล้วยไม้ไปส่งเพื่อจะคิดข่มขืนแต่มีนายกฤตยชญ์มาช่วยไว้ทัน
  23. 23. 11.จ้าแม้นขวัญ-ลักษณะนิสัยทาตัวไม่กลัวใคร-คอยแต่จะจับกฤตยชญ์เป็นแฟน ทั้งทั้งที่รู้ว่ากฤตยชญ์เป็นสามีภรรยากับจันทร์แต่เธอก็ไม่สนเพราะรักกฤตยชญ์ยากจะจับกฤตยชญ์เป็นแฟน
  24. 24. 12.อานนท์-ลักษณะนิสัยใจดี-เคยติดต่อกล้วยไม้สวยสวยของจันทร์กะพ้อเพื่อส่งออกไปขาย หรือได้ติดต่อลูกค้าให้มาซื้อกล้วยไม้ของจันทร์กะพ้อ
  25. 25. วิจารณ์โครงเรื่อง เนือเรื่องเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับการเป็นหนี300,000,000 ้บาท จึงบังคับลูกสาวให้ไปแต่งงานกับลูกชายของเจ้าหนี้เพื่อที่จะล้างหนี้ที่ติดอยู่ แต่ถูกลูกสาวปฏิเสธและหนี้การแต่ง
  26. 26. วิจารณ์ฉากและบรรยากาศ แปลงกล้วยไม้ของไร่ดาศิลป์ น้าตก บ้านหลังใหม่ของกฤตยชญ์ บ้านของจันทร์กะพ้อ ส่วนใหญ่ในเรื่องนี้จะปรากฏมากที่แปลงกล้วยไม้
  27. 27. วิจารณ์กลวิธีการแต่ง พิงค์ความีกลวิธีในการนาเสนอเรื่องราวผ่านตัว ิละครโดยการเล่าด้วยถ้อยคาภาษาที่ไพระบ้าง หยาบคายบ้าง แต่ก็เหมาะกับเรื่องราวเรื่องนี้
  28. 28. ข้อคิด การเป็นหนี้ของแม่ จึงบังคับให้ลูกไปแต่งงานแต่ลูกกลับหนี้การแต่งงาน เลยต้องจานองที่ดินที่เป็นแปลงกล้วยไม้ สุดรักของพ่อ แต่สุดท้ายต้องจาใจเป็นนางบาเรอของเขา
  29. 29. ที่มา พิงค์คิวา.(๒๕๕๕).หนี้รักบาเรอใจ.พิมพ์ครั้งที่ ๒.กรุงเทพฯ: สถานพิมพิมพ์
  30. 30. จบแล้วครับ

×