Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Social Media for Medical Students (June 4, 2016)

229 views

Published on

Presented at the Queen Savang Vadhana Memorial Hospital on June 4, 2016.

Published in: Social Media
  • Login to see the comments

  • Be the first to like this

Social Media for Medical Students (June 4, 2016)

  1. 1. 11 Social Media for Medical Students นพ.นวนรรน ธีระอัมพรพันธุ์ ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล SlideShare.net/Nawanan nawanan.the@mahidol.ac.th June 4, 2016
  2. 2. 22 Focus of the Talk “Social Media & Medical Professionalism”
  3. 3. 33 The Age of User-Generated Content Time’s Person of the Year 2006: You
  4. 4. 44 Thailand Internet User Profile (2015) • สานักงานพัฒนาธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ. หรือ ETDA) https://www.etda.or.th/publishing-detail/thailand-internet-user-profile-2015.html
  5. 5. 55 Source: ETDA (2015) https://www.etda.or.th/publishing-detail/thailand-internet-user-profile-2015.html Thailand Internet User Profile (2015)
  6. 6. 66 Source: ETDA (2015) https://www.etda.or.th/publishing-detail/thailand-internet-user-profile-2015.html Thailand Internet User Profile (2015)
  7. 7. 77 Source: ETDA (2015) https://www.etda.or.th/publishing-detail/thailand-internet-user-profile-2015.html Thailand Internet User Profile (2015)
  8. 8. 88 Source: ETDA (2015) https://www.etda.or.th/publishing-detail/thailand-internet-user-profile-2015.html Thailand Internet User Profile (2015)
  9. 9. 99 Source: ETDA (2015) https://www.etda.or.th/publishing-detail/thailand-internet-user-profile-2015.html Thailand Internet User Profile (2015)
  10. 10. 1010 Let’s look at some social media case studies...
  11. 11. 1111 Social Media Case Study #1: พฤติกรรมไม่เหมาะสม Disclaimer (นพ.นวนรรน): นาเสนอเป็นกรณีศึกษาเพื่อการเรียนรู้ เรื่อง Social Media เท่านั้น ไม่มี เจตนาลบหลู่ ดูหมิ่น หรือทาให้ผู้ใด องค์กรใด หรือวิชาชีพใดเสียหาย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเนื้อหา
  12. 12. 1212 Social Media Case Study #1: พฤติกรรมไม่เหมาะสม Disclaimer (นพ.นวนรรน): นาเสนอเป็นกรณีศึกษาเพื่อการเรียนรู้ เรื่อง Social Media เท่านั้น ไม่มี เจตนาลบหลู่ ดูหมิ่น หรือทาให้ผู้ใด องค์กรใด หรือวิชาชีพใดเสียหาย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเนื้อหา
  13. 13. 1313 http://news.mthai.com/hot-news/world-news/453842.html Social Media Case Study #2: Selfie มีประเด็น
  14. 14. 1414 http://pantip.com/topic/33678081 https://www.facebook.com/photo.php?fbid=971229119583658&set=a.37957656541558 6.90794.100000897364762&type=1&theater Social Media Case Study #3: Selfie มีประเด็น
  15. 15. 1515 http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1429341430 Social Media Case Study #4: ดูหมิ่นผู้ป่วย
  16. 16. 1616 Social Media Case Study #5: ละเมิดผู้รับบริการ Disclaimer (นพ.นวนรรน): นาเสนอเป็น กรณีศึกษาเพื่อการเรียนรู้เรื่อง Social Media เท่านั้น ไม่มีเจตนาดูหมิ่น หรือทาให้ผู้ใด เสียหาย และไม่มีเจตนาสร้างประเด็นทาง การเมือง ชื่อ สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายของบุคคล หรือองค์กรใด เป็นเพียงการให้ข้อมูลแวดล้อม เพื่อการทาความเข้าใจกรณีศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่ การใส่ความว่าผู้นั้นกระทาการใด อันจะทาให้ ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเนื้อหา
  17. 17. 1717 Lessons Learned จาก Case Study #5 • องค์กรไม่มีทางห้ามพนักงานไม่ให้โพสต์ข้อมูลได้ – ช่องทางการโพสต์มีมากมาย ไม่มีทางห้ามได้ 100% – นโยบายที่เหมาะสม คือการกาหนดกรอบไว้ให้พนักงานโพสต์ได้ตามความ เหมาะสม ภายในกรอบที่กาหนด • พนักงานย่อมสวมหมวกขององค์กรอยู่เสมอ (แม้จะโพสต์เป็นการส่วนตัว แต่องค์กรก็เสียหายได้) – คิดก่อนโพสต์, สร้างวัฒนธรรมภายในองค์กร • การรักษาความลับขององค์กรและข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า • มีนโยบายให้ระบุตัวตนและตาแหน่งให้ชัดเจน • องค์กรควรยอมรับปัญหาอย่างตรงไปตรงมาและทันท่วงที http://www.siamintelligence.com/social-media-policy-cathay-pacific-case/
  18. 18. 1818 http://manager.co.th/Entertainment/View News.aspx?NewsID=9580000076405 Social Media Case Study #6: ละเมิดผู้รับบริการ
  19. 19. 1919 Social Media Case Study #7: Privacy Risks ข้อความจริง บน • "อาจารย์ครับ เมื่อวาน ผมออก OPD เจอ คุณ... คนไข้... ที่อาจารย์ผ่าไป แล้ว มา ฉายรังสีต่อที่... ตอนนี้ Happy ดี ไม่ค่อยปวด เดินได้สบาย คนไข้ ฝากขอบคุณอาจารย์อีกครั้ง -- อีกอย่างคนไข้ช่วงนี้ไม่ค่อยสะดวกเลยไม่ได้ ไป กทม. บอกว่าถ้าพร้อมจะไป Follow-up กับอาจารย์ครับ"
  20. 20. 2020 Social Media Case Study #8: ไม่แยก Account
  21. 21. 2121 Social Media Case Study #9: ไม่ตรวจสอบข้อมูล Disclaimer (นพ.นวนรรน): นาเสนอเป็น กรณีศึกษาเพื่อการเรียนรู้เรื่อง Social Media เท่านั้น ไม่มีเจตนาดูหมิ่น หรือทาให้ผู้ใด เสียหาย ชื่อ สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายของบุคคล หรือองค์กรใด เป็นเพียงการให้ข้อมูลแวดล้อม เพื่อการทาความเข้าใจกรณีศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่ การใส่ความว่าผู้นั้นกระทาการใด อันจะทาให้ ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเนื้อหา
  22. 22. 2222 Social Media Case Study #10: ไม่ตรวจสอบข้อมูล Source: Facebook Page โหดสัส V2 อ้างอิงภาพจากหน้า 7 นสพ.ไทยรัฐ วันที่ 6 พ.ค. 2557 และ http://www.reuters.com/article/2013/10/16/us-philippines-quake-idUSBRE99E01R20131016
  23. 23. 2323 From a forwarded message in “LINE” in early July, 2015 Social Media Case Study #11: ความรับผิดในการให้คาปรึกษาออนไลน์
  24. 24. 2424 Social Media Case Study #12: PR Nightmare & Response http://new.khaosod.co.th.khaosod.online/dek3/win.html (อันตราย! ไม่ควรเข้าเว็บนี้)
  25. 25. 2525 Social Media Case Study #12: PR Nightmare & Response
  26. 26. 2626 http://www.thairath.co.th/content/413776 Social Media Best Practice Resources
  27. 27. 2727 http://www.doctorcpr.com/blog/5-things- doctors-should-never-post-on-social- media/ Social Media Best Practice Resources
  28. 28. 2828 Risks of Social Media • Blurring lines between personal & professional lives • Work-life balance • Inappropriate & unprofessional conduct • False/misleading information • Limitations & liability of online consultations • Privacy risks
  29. 29. 2929 Line เสี่ยงต่อการละเมิด Privacy ผู้ป่วยได้อย่างไร? • ข้อมูลใน Line group มีคนเห็นหลายคน • ข้อมูลถูก capture หรือ forward ไป share ต่อได้ • ส่ง/แชร์ ผิดคน • ข้อมูล cache ที่เก็บใน mobile device อาจถูกอ่านได้ (เช่น ทา อุปกรณ์หาย หรือเผลอวางเอาไว้) • ข้อมูลที่ส่งผ่าน network ไม่ได้เข้ารหัส • ข้อมูลที่เก็บใน server ของ Line ทางบริษัทเข้าถึงได้ และอาจถูก hack ได้ • Password Discovery
  30. 30. 3030 Social Media Case Study #13: มือแชร์แพร่โพสต์ลับ http://sport.sanook.com/84101/น้องก้อย-โค้ชเช-จบยาก-อ.พิทักษ์-ขุดไลน์ปริศนาให้นักข่าวเผยแพร่/
  31. 31. 3131 Since social media come with risks • Should people stop using it? • Should CIO ban its use by employees?
  32. 32. 3232 Maslow's Hierarchy of Needs Image Source: http://en.wikipedia.org/wiki/Maslow's_hierarchy_of_needs
  33. 33. 3333 Why People Use Social Media? • To seek & to share information/knowledge • To seek & to share valued opinion • To seek & to give friendship/relationship • To seek & to give mental support, respect, love, acceptance • In simplest terms: To “socialize”
  34. 34. 3434 Some Social Media in Healthcare: PatientsLikeMe PatientsLikeMe.com
  35. 35. 3535 Some Social Media in Healthcare: CaringBridge CaringBridge.org
  36. 36. 3636 Why People Use Social Media in Healthcare? • To seek & to share health information/knowledge – Information asymmetry in healthcare – Information could be general or personalized • To seek & to share health-related valued opinion • To seek & to give friendship/relationship • To seek & to give mental support, respect, love, acceptance during medical journeys • To consult/socialize/give support among colleagues
  37. 37. 3737 • Richard Davies deBronkart Jr. • Cancer survivor & blogger • Found proper cancer treatment through online social network after diagnosis • Activist for participatory medicine & patient engagement through information technology Meet E-Patient Dave http://www.epatientdave.com/
  38. 38. 3838 • Not “Electronic” Patient • Engaged • Equipped • Empowered • Educated • Enlightened • Etc. Dave’s E-Patient Definition From Dr. Danny Sands’ tutorial presentation at AMIA2013
  39. 39. 3939 So... How should we use social media in healthcare as health professionals?
  40. 40. 4040 • Technical solutions – Restrict use of social media – Secure platform – “Secure messaging” applications • Management solutions – Organizational social media policy & enforcement – User awareness training – Organizational culture & best practices Solutions for Proper Social Media Use in Healthcare
  41. 41. 4141 ทางออกสาหรับการ Consult Case ผู้ป่วย • ใช้ช่องทางอื่นที่ไม่มีการเก็บ record ข้อมูล ถ้าเหมาะสม • หลีกเลี่ยงการระบุหรือ include ชื่อ, HN, เลขที่เตียง หรือ ข้อมูลที่ระบุตัวตนผู้ป่วยได้ (รวมทั้งในภาพ image) • ใช้ app ที่ปลอดภัยกว่า • Limit คนที่เข้าถึง (เช่น ไม่คุยผ่าน Line group) • ใช้อย่างปลอดภัย (Password, ดูแลอุปกรณ์ไว้กับตัว, เช็ค malware ฯลฯ)
  42. 42. 4242 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสุขภาพ • พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 • มาตรา 7 ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคล เป็นความลับส่วนบุคคล ผู้ใดจะนาไปเปิดเผยในประการที่น่าจะทาให้บุคคลนั้นเสียหาย ไม่ได้ เว้นแต่การเปิดเผยนั้นเป็นไปตามความประสงค์ของ บุคคลนั้นโดยตรง หรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย แต่ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ผู้ใดจะอาศัยอานาจหรือสิทธิตามกฎหมายว่า ด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการหรือกฎหมายอื่นเพื่อขอเอกสาร เกี่ยวกับข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลที่ไม่ใช่ของตนไม่ได้
  43. 43. 4343 ประมวลกฎหมายอาญา • มาตรา 323 ผู้ใดล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของผู้อื่นโดยเหตุที่เป็นเจ้า พนักงานผู้มีหน้าที่ โดยเหตุที่ประกอบอาชีพเป็นแพทย์ เภสัชกร คน จาหน่ายยา นางผดุงครรภ์ ผู้พยาบาล นักบวช หมอความ ทนายความ หรือผู้สอบบัญชีหรือโดยเหตุที่เป็นผู้ช่วยในการประกอบอาชีพนั้น แล้ว เปิดเผยความลับนั้นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้อง ระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจาทั้ง ปรับ • ผู้รับการศึกษาอบรมในอาชีพดังกล่าวในวรรคแรก เปิดเผยความลับของ ผู้อื่น อันตนได้ล่วงรู้หรือได้มาในการศึกษาอบรมนั้น ในประการที่น่าจะเกิด ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน
  44. 44. 4444 คาประกาศสิทธิผู้ป่วย • เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพกับผู้ป่วย ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจอันดีและเป็นที่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน แพทยสภา สภาการ พยาบาล สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ จึงได้ร่วมกันออกประกาศรับรองสิทธิของผู้ป่วยไว ้ดังต่อไปนี้ 1. ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิพื้นฐานที่จะได้รับบริการด้านสุขภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับบริการจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากความแตกต่างด้านฐานะ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา สังคม ลัทธิ การเมือง เพศ อายุ และ ลักษณะของความเจ็บป่วย 3. ผู้ป่วยที่ขอรับบริการด้านสุขภาพมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างเพียงพอ และเข้าใจชัดเจน จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจ ในการยินยอมหรือไม่ยินยอมให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพปฏิบัติต่อตน เว้นแต่เป็นการช่วยเหลือรีบด่วนหรือ จาเป็น 4. ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต มีสิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือรีบด่วนจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยทันทีตามความจาเป็นแก่กรณี โดยไม่คานึงว่า ผู้ป่วยจะร้อง ขอความช่วยเหลือหรือไม่ 5. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบชื่อ สกุล และประเภทของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่เป็น ผู้ให้บริการแก่ตน 6. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะขอความเห็นจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพอื่น ที่มิได้เป็นผู้ให้บริ การแก่ตน และมีสิทธิในการขอเปลี่ยนผู้ให้บริการ และสถานบริการได้ 7. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยเคร่งครัด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยหรือการปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมาย 8. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน ในการตัดสินใจเข้าร่วมหรือถอนตัวจากการเป็นผู้ถูกทดลองในการทาวิจัยของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ 9. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเฉพาะของตนที่ปรากฏใน เวชระเบียนเมื่อร้องขอ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิ ส่วนตัวของบุคคลอื่น 10.บิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม อาจใช้สิทธิแทนผู้ป่วยที่เป็นเด็กอายุยังไม่เกิน สิบแปดปีบริบูรณ์ ผู้บกพร่องทางกายหรือจิต ซึ่งไม่สามารถใช้สิทธิด้วยตนเอง ได้ 7. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยเคร่งครัด เว้นแต่ จะได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยหรือการปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมาย
  45. 45. 4545 คาประกาศสิทธิและข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วย
  46. 46. 4646 ตัวอย่างนโยบายด้าน Social Media ขององค์กร/มหาวิทยาลัย
  47. 47. 4747 • ข้อความบน Social Network สามารถเข้าถึงได้โดยสาธารณะ ผู้เผยแพร่ต้องรับผิดชอบ ทั้งทางสังคมและกฎหมาย และอาจ ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง การทางาน และวิชาชีพของตน • ระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการเผยแพร่ประเด็นที่ Controversial เช่น การเมือง ศาสนา • ไม่ได้ห้าม แต่ให้ระวัง เพราะอาจส่งผลลบต่อตนหรือองค์กรได้ MU Social Network Policy
  48. 48. 4848 • ความรับผิดชอบทางกฎหมาย – ประมวลกฎหมายอาญา ความผิดฐานหมิ่นประมาท – พรบ.ว่าด้วยการกระทาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ – ข้อบังคับสภาวิชาชีพ เกี่ยวกับจริยธรรมแห่งวิชาชีพ – ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยจรรยาบรรณของบุคลากรและ นักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล – ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยวินัยนักศึกษา MU Social Network Policy
  49. 49. 4949 • ไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น อ้างถึงแหล่งที่มาเสมอ (Plagiarism = การนาผลงานของคนอื่นมานาเสนอเสมือนหนึ่ง เป็นผลงานของตนเอง) • แบ่งแยกเรื่องส่วนตัวกับหน้าที่การงาน/การเรียน – แยก Account ของหน่วยงาน/องค์กร ออกจาก Account บุคคล – Facebook Profile (ส่วนตัว) vs. Facebook Page (องค์กร/หน่วยงาน) • ในการโพสต์ที่อาจเข้าใจผิดได้ว่าเป็นความเห็นจากมหาวิทยาลัย/หน่วยงาน ให้ ระบุ Disclaimer เสมอว่าเป็นความเห็นส่วนตัว MU Social Network Policy
  50. 50. 5050 • ห้ามเผยแพร่ข้อมูล sensitive ที่ใช้ภายในมหาวิทยาลัยก่อนได้รับอนุญาต • บุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ให้บริการสุขภาพ – ระวังการใช้ Social Network ในการปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วย (ความลับผู้ป่วย และการ แยกแยะเรื่องส่วนตัวจากหน้าที่การงาน) – ปฏิบัติตามจริยธรรมของวิชาชีพ – ระวังเรื่องความเป็นส่วนตัว (Privacy) และความลับของข้อมูลผู้ป่วย – การเผยแพร่ข้อมูล/ภาพผู้ป่วย เพื่อการศึกษา ต้องขออนุญาตผู้ป่วยก่อนเสมอ และลบ ข้อมูลที่เป็น identifiers ทั้งหมด (เช่น ชื่อ, HN, ภาพใบหน้า หรือ ID อื่นๆ) ยกเว้น ผู้ป่วยอนุญาต (รวมถึงกรณีการโพสต์ใน closed groups ด้วย) • ตั้งค่า Privacy Settings ให้เหมาะสม MU Social Network Policy
  51. 51. 5151 ตัวอย่างนโยบายด้านการให้ข้อมูลผ่านสื่อของวิชาชีพ
  52. 52. 5252 Example Professional Code of Conduct
  53. 53. 5353 Example Professional Code of Conduct
  54. 54. 5454 เนื้อหาอะไรไม่ควรเผยแพร่สู่สาธารณะ ในเว็บและ Social Media หน่วยงาน: ข้อเสนอต่อคณะทางานพัฒนาเว็บไซต์คณะฯ ของ รพ.รามาธิบดี และศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ นพ.นวนรรน ธีระอัมพรพันธุ์ อาจารย์ ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน รองผู้อานวยการบริหารสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ฝ่ายสารสนเทศ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี 3 มิถุนายน 2557 ตัวอย่างนโยบายด้าน Social Media ของ รพ.
  55. 55. 5555  มีข้อมูลผู้ป่วยที่ปรากฏ Identifiers (ชื่อ, HN, 13 หลัก, ใบหน้า, คาใบ้, e-mail address, ทะเบียนรถ ฯลฯ) โดยไม่ได้ขออนุญาต  การให้ข้อมูลผู้บาดเจ็บกับสื่อมวลชน ไม่ควรระบุชื่อ ยกเว้นผู้ป่วย หรือญาติอนุญาต, เป็นข้อมูลสาธารณะอยู่ก่อนแล้ว, ให้ข้อมูลกับ พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือมีความจาเป็นเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วย (เช่น ประกาศตามหาญาติ)  ภาพหรือเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ นามาลงโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ให้ credit เจ้าของ กลุ่มเนื้อหาที่ละเมิดสิทธิผู้อื่น
  56. 56. 5656  ผิดกฎหมาย, ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี, ดูหมิ่น ให้ร้ายผู้อื่น  ชวนทะเลาะ, สร้างความแตกแยก, ประเด็น sensitive  วิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมผู้รับบริการ (แม้ไม่ระบุชื่อ)  ความลับ/เรื่องภายในคณะฯ ที่ไม่มีประโยชน์กับบุคคลภายนอก  เนื้อหา/ภาพ ที่สื่อถึงองค์กรในทางลบ หรืออาจถูกมองในแง่ลบ  โฆษณาสินค้า หรือหาประโยชน์ส่วนตัว กลุ่มเนื้อหาที่สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์องค์กร
  57. 57. 5757  เรื่องส่วนตัว แต่โพสต์ในเว็บ/Page หน่วยงาน  หน่วยงานควรใช้ Facebook Page ไม่ใช่ Facebook Account บุคคล  ควรแยก Page หน่วยงาน และ Account ส่วนตัว ออกจากกัน  การแชร์/กด Like ไม่คิด ใน account หน่วยงาน (เนื้อหาไม่เกี่ยวกับหน่วยงาน แต่ตัวเองชอบ )  ข่าว/ความรู้ทางการแพทย์ ที่ไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้อง/เป็นเท็จ  ใช้ชื่อหรือ Logo คณะฯ แต่เป็นความเห็นส่วนตัว  Spam/ภาพลามก ที่มีผู้โพสต์ผ่าน Webboard/Social Media แล้วไม่ monitor เป็นประจา กลุ่มเนื้อหาที่เกิดจากความไม่ระมัดระวังของ Admin
  58. 58. 5858 โครงการจัดทา แนวทางปฏิบัติในการใช้งาน สื่อสังคมออนไลน์ของผู้ประกอบวิชาชีพด้าน สุขภาพ สานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (อยู่ระหว่างทาการศึกษา) นพ.นวนรรน ธีระอัมพรพันธุ์
  59. 59. 5959 สรุป • Social Media เป็น trend ของสังคมในปัจจุบันที่ปฏิเสธไม่ได้ • Social Media สาคัญในชีวิตประจาวัน เพราะเป็นโอกาสใน การเข้าถึงข้อมูล และการเข้าสังคม • Social Media สาคัญในทางสุขภาพ เพราะเป็นโอกาส (Help) ในการ empower, engage และ educate ผู้ป่วย (“e-patient”) • Social Media สาคัญ เพราะเป็นความเสี่ยง (Harm) ที่หาก ไม่ตระหนักและระมัดระวัง ก็ส่งผลร้ายต่อผู้ใช้และผู้ป่วยได้
  60. 60. 6060 สรุป • รพ. ควรมีนโยบายและอบรมด้าน Social Media และ Security & Privacy และควรจากัดการใช้ Social Media ในการ consult หรือ ส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยเท่าที่จาเป็น โดยไม่ควรระบุตัวตนผู้ป่วยได้ และ ตระหนักในข้อจากัดของการใช้ IT ในการดูแลผู้ป่วย • วิชาชีพต่างๆ โดยเฉพาะวิชาชีพทางสุขภาพ ควรมีนโยบายและสร้าง ความตระหนักเรื่องการใช้ Social Media อย่างเหมาะสมแก่ผู้ ประกอบวิชาชีพนั้นๆ • บุคคลควรตระหนักถึงความเสี่ยงในการใช้ Social Media อยู่เสมอ และใช้อย่างระมัดระวัง รับผิดชอบ และมีจริยธรรม

×