Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
Chapter33-34
การแจ้งข่าวร้าย
ไม่ให้ร้าย
NUNANONG RODCHEUY
23 AUGUST 2016
การแจ้งข่าวร้ายไม่ให้ร้าย
Family medicine handbook
Chapter 33
การแจ้งข่าวร้ายไม่ให้ร้าย
– ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวล้าหน้าไปมากมาย
– แพทย์จึงเผชิญกับภาวะที่ผู้ป่วยและญาติควาดหวั...
ความแตกต่างระหว่างความปรารถนาของผู้รับข่าว(ผู้ป่วย)
กับความกลัวของผู้แจ้งข่าว(แพทย์)
– เมื่อป่วยด้วยโรคมะเร็งขั้นลุกลาม
– ...
ข่าวร้ายคืออะไร
– ข่าวที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการมองอนาคตของบุคคลหนึ่งๆ
– หลักการ โดย Robert Buckman
1. ข่าวนั...
วัตถุประสงค์ของการแจ้งข่าวร้าย
– เพื่อให้ตนเองโล่งอก?
– เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ป่วย?
– ประเมินผู้ป่วยแล้วหรือยังว่าจะสามาร...
ขั้นตอนการแจ้งข่าวร้ายด้วย SPIKES
1. Setting
2. Perception
3. Invitation
4. Knowledge
5. Empathy
6. Summary and strategy
1. Setting
– สถานที่ส่วนตัว
– ปิดโทรศัพท์
– อาจให้มีบุคคลที่ผู้ป่วยคิดว่าสาคัญ และต้องการให้อยู่รับรู้ด้วย หรือเป็นกาลังใจ...
2. Perception
– ประเมินผู้ป่วย
– คิดอย่างไรต่อการเจ็บป่วย เป็นโรคอะไร รุนแรงเพียงใด ทาไมจึงคิดเช่นนั้นมีอาการ
อะไรบ้างที่ท...
3. Invitation
– ถามโดยตรง หรือประเมินว่าผู้ป่วยต้องการรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับความเจ็บป่วยของตนเอง
– ผู้ป่วยบางรายอาจแสดงท่าที...
4. Knowledge
– ก่อนแจ้งข่าวร้าย ให้ส่งสัญญาณเตือนก่อนเพื่อให้ได้ทาใจขั้นต้น
“ผลการตรวจเพิ่งกลับมา หมอดูผลแล้วค่อนข้างเป็นห...
5. Empathy
– เงียบฟัง และสังเกตปฏิกิริยาหลังแจ้งข่าวร้าย
– สะท้อนความรู้สึกที่ตรงกับผู้ป่วย ณ เวลานั้น
– หากผู้ป่วยร้องไห้...
6. Summary and Strategy
– เมื่อผู้ป่วยมีท่าทีที่สบายขึ้น ควรเริ่มสรุปข้อมูลที่กระชับ และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยถาม
– วางแผนระย...
ตัวอย่างบทสนทนาเรื่องการแจ้งข่าวร้าย
– ผู้ป่วยชายไทย 74ปี มีอาการปวดท้องทะลุหลังเรื้อรังมาหลายเดือน รักษาหลายที่ไม่ดีขึ้น
...
ผู้ป่ วย: “หมอ บอกมาเลยว่าผมเป็นอะไรแน่ ผมรับได้ผมคิดแล้วว่ามันต้องไม่ดี ไอ้หมอที่
ผ่านมามันชุ่ย ตัวผมมันยังไม่จับต้องอะไร...
ผู้ป่ วย: “โธ่ หมอ ผมอายุปูนนี้แล้ว เห็นมาหมดแล้ว พ่อผมก็เสียด้วยมะเร็งตับ อาการมันก็
เหมือนกันอย่างนี้ เพียงแต่ท่านตัวเหล...
แพทย์: “คุณเลยรู้สึกผิด และเสียใจกับเหตุการณ์นั้น แม้ว่าตอนนี้เรายังต้องรอผลตรวจ
เพิ่มเติมของคุณ แต่คุณคิดอย่างไรบ้างคะ ถ้...
แพทย์: “ได้ค่ะ เอาไว้เมื่อผลตรวจกลับมา หมอจะแจ้งให้คุณทราบเป็นคนแรก และเราค่อย
คิดหาหนทางกันอีกที ว่าแต่คุณอยากให้ใครรับรู...
วิเคราะห์
ตัวอย่างบทสนทนาเรื่องการแจ้งข่าวร้าย
– ผู้ป่วยชายไทย 74ปี มีอาการปวดท้องทะลุหลังเรื้อรังมาหลายเดือน รักษาหลายที่...
ผู้ป่ วย: “หมอ บอกมาเลยว่าผมเป็นอะไรแน่ ผมรับได้ผมคิดแล้วว่ามันต้องไม่ดี ไอ้หมอที่
ผ่านมามันชุ่ย ตัวผมมันยังไม่จับต้องอะไร...
ผู้ป่ วย: “โธ่ หมอ ผมอายุปูนนี้แล้ว เห็นมาหมดแล้ว พ่อผมก็เสียด้วยมะเร็งตับ อาการมันก็
เหมือนกันอย่างนี้ เพียงแต่ท่านตัวเหล...
แพทย์: “คุณเลยรู้สึกผิด และเสียใจกับเหตุการณ์นั้น แม้ว่าตอนนี้เรายังต้องรอผลตรวจ
เพิ่มเติมของคุณ แต่คุณคิดอย่างไรบ้างคะ ถ้...
แพทย์: “ได้ค่ะ เอาไว้เมื่อผลตรวจกลับมา หมอจะแจ้งให้คุณทราบเป็นคนแรก และเราค่อย
คิดหาหนทางกันอีกที ว่าแต่คุณอยากให้ใครรับรู...
ทาอย่างไร
เมื่อญาติไม่ให้แจ้งข่าวร้ายให้ผู้ป่วยทราบ
Family medicine handbook
Chapter 34
ทาอย่างไร เมื่อญาติไม่ให้แจ้งข่าวร้ายให้ผู้ป่วยทราบ
– เป็นสถานการณ์ที่พบบ่อยในการดูแลผู้ป่วยด้วยโรคที่หมดหวัง
– คนไทยมักใช...
ความแตกต่างระหว่าง “ญาติ” กับ “ผู้ป่วย”
– ญาติและผู้ป่วยเป็นบุคคลคนละคนกัน มีความคิด ความต้องการกันคนละแบบ
– การแจ้งข่าวร้...
ภาวะที่ครอบครัวเงียบงันกับข่าวร้าย
(Conspiracy of silence)
– เป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อข่าวร้ายของครอบครัว
– สมาชิกจะเกิดความ...
การประเมินครอบครัวเมื่อเกิดข่าวร้าย
(Family system assessment)
1. ประกอบด้วยใครบ้าง
– ครอบครัวเดี่ยว/ครอบครัวขยาย
– เครือข...
การประเมินครอบครัวเมื่อเกิดข่าวร้าย
(Family system assessment)
2. ลักษณะของระบบครอบครัว
2.5 Resources
2.6 Risk of troubled...
แนวทางการดูแลญาติที่ขอร้องไม่ให้แพทย์แจ้งข่าว
ร้ายแก่ผู้ป่วย
1. สะท้อนความรู้สึกปรารถนาดีของญาติ ที่ไม่อยากให้ผู้ป่วยสะเทื...
5. ช่วยให้ญาติมองเห็นความจริงที่ว่าความลับเรื่องโรคร้ายมันไม่ได้อยู่ที่คนภายนอกอย่าง
แพทย์หรือญาติ
6. ค่อยๆถามให้ญาติได้คิ...
แนวทางในการช่วยเหลือครอบครัวที่ชะงักงันกับข่าวร้าย
1. วินิจฉัยภาวะการณ์สื่อสารขาดตอน หรือภาวะเงียบงันในขณะที่ครอบครัววิกฤต...
Handbook chapter33 34
Handbook chapter33 34
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Handbook chapter33 34

family medicine handbook chapter 33-34

Related Books

Free with a 30 day trial from Scribd

See all
  • Be the first to comment

Handbook chapter33 34

  1. 1. Chapter33-34 การแจ้งข่าวร้าย ไม่ให้ร้าย NUNANONG RODCHEUY 23 AUGUST 2016
  2. 2. การแจ้งข่าวร้ายไม่ให้ร้าย Family medicine handbook Chapter 33
  3. 3. การแจ้งข่าวร้ายไม่ให้ร้าย – ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวล้าหน้าไปมากมาย – แพทย์จึงเผชิญกับภาวะที่ผู้ป่วยและญาติควาดหวังสูงขึ้น – ความกลัวของแพทย์เป็นปัจจัยสาคัญอย่างหนึ่งที่ทาให้เกิดความห่างเหิน และขาดการ สื่อสารระหว่างกัน – จริงหรือที่ผู้ป่วยไม่ต้องการรับรู้วินิจฉัยโรคของตนเอง?
  4. 4. ความแตกต่างระหว่างความปรารถนาของผู้รับข่าว(ผู้ป่วย) กับความกลัวของผู้แจ้งข่าว(แพทย์) – เมื่อป่วยด้วยโรคมะเร็งขั้นลุกลาม – แพทย์ทุกคนต้องการรู้วินิจฉัยโรค – 26%ของแพทย์ชาวยุโรป และ18%ของแพทย์ชาวอเมริกาใต้ คิดว่าผู้ป่วยต้องการรู้ วินิจฉัยโรค – แพทย์ควรประเมินความต้องการที่จะรับทราบข้อมูลของผู้ป่วยเป็นรายบุคคล ซึ่งจะขึ้นอยู่ กับทักษะการแก้ไขปัญหาชีวิตของบุคคลนั้นๆ – การปิดบังข่าวร้าย จะส่งผลให้ผู้ป่วยจมอยู่กับความกังวล อาจมีผลต่อการดาเนินของโรค และบดบังความเจ็บป่วยอื่นที่ไม่ได้ถูกสื่อสารออกมา
  5. 5. ข่าวร้ายคืออะไร – ข่าวที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการมองอนาคตของบุคคลหนึ่งๆ – หลักการ โดย Robert Buckman 1. ข่าวนั้นจะ “ร้าย” เพียงใดขึ้นอยู่กับ สิ่งที่คาดหวังไว้ แตกต่างจาก ความเป็นจริง มากเท่าใด 2. วิธีที่จะแจ้งข่าวนั้นให้“ร้าย” เพียงใด ก็ขึ้นกับถามก่อนหรือเปล่าว่าผู้นั้นคาดหวังอะไรไว้
  6. 6. วัตถุประสงค์ของการแจ้งข่าวร้าย – เพื่อให้ตนเองโล่งอก? – เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ป่วย? – ประเมินผู้ป่วยแล้วหรือยังว่าจะสามารถนาข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้จริง – ความคิดความอ่าน เรื่องราวต่างๆ และความคาดหวัง – ไม่ใช่การปลดภาระหน้าที่และทิ้งให้ผู้ป่วยเผชิญชะตากรรมตามลาพัง – มุ่งเน้นการรักษาคน แม้ว่าโรครักษาไม่ได้ แต่คนยังรักษาได้ ยังไม่ตาย
  7. 7. ขั้นตอนการแจ้งข่าวร้ายด้วย SPIKES 1. Setting 2. Perception 3. Invitation 4. Knowledge 5. Empathy 6. Summary and strategy
  8. 8. 1. Setting – สถานที่ส่วนตัว – ปิดโทรศัพท์ – อาจให้มีบุคคลที่ผู้ป่วยคิดว่าสาคัญ และต้องการให้อยู่รับรู้ด้วย หรือเป็นกาลังใจ – นั่งในระดับเดียวกัน สบตา ตั้งใจพูดคุย ไม่วอกแวก – แสดงท่าทีเป็นมิตร ให้เกียรติผู้ป่วย – ควรหาเวลาที่ไม่รีบร้อน เพื่อให้เวลาผู้ป่วยเต็มที่
  9. 9. 2. Perception – ประเมินผู้ป่วย – คิดอย่างไรต่อการเจ็บป่วย เป็นโรคอะไร รุนแรงเพียงใด ทาไมจึงคิดเช่นนั้นมีอาการ อะไรบ้างที่ทาให้คิดเช่นนั้น – เคยมีประสบการณ์หรือรู้อะไรมาก่อนหน้าเกี่ยวกับโรคนั้นบ้าง แล้วรู้สึกอย่างไรกับโรค นั้นๆ
  10. 10. 3. Invitation – ถามโดยตรง หรือประเมินว่าผู้ป่วยต้องการรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับความเจ็บป่วยของตนเอง – ผู้ป่วยบางรายอาจแสดงท่าทีหลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ – เปลี่ยนประเด็นการพูด – ใช้คาที่มีความหมายนัยๆแทนชื่อโรค ทาให้ประเมินได้ว่าขณะนั้นผู้ป่วยอาจยังไม่พร้อมจะรับฟังข่าวร้าย
  11. 11. 4. Knowledge – ก่อนแจ้งข่าวร้าย ให้ส่งสัญญาณเตือนก่อนเพื่อให้ได้ทาใจขั้นต้น “ผลการตรวจเพิ่งกลับมา หมอดูผลแล้วค่อนข้างเป็นห่วง” – หลีกเลี่ยงศัพท์ทางการแพทย์ที่ฟังแล้วไม่เข้าใจ – การแจ้งข่าวร้ายให้ทาไปทีละขั้นตอน พร้อมตรวจสอบว่าผู้ป่วยเข้าใจอย่างไร – คอยสังเกตอากัปกิริยาของผู้ป่วย ประเมินว่ายังต้องการจะทราบต่ออีกหรือไม่ และมี ประโยชน์ที่จะแจ้งต่อหรือไม่
  12. 12. 5. Empathy – เงียบฟัง และสังเกตปฏิกิริยาหลังแจ้งข่าวร้าย – สะท้อนความรู้สึกที่ตรงกับผู้ป่วย ณ เวลานั้น – หากผู้ป่วยร้องไห้เงียบๆ เสียงเครือๆ ให้ยื่นกระดาษทิชชูโดยเร็ว – ผู้ป่วยไม่ผิดที่จะรู้สึกเสียใจต่อข่าวร้ายของตนเอง ไม่ผิดที่จะร้องไห้ “หมอเข้าใจว่ามันยากที่จะยอมรับมัน”
  13. 13. 6. Summary and Strategy – เมื่อผู้ป่วยมีท่าทีที่สบายขึ้น ควรเริ่มสรุปข้อมูลที่กระชับ และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยถาม – วางแผนระยะสั้นเพื่อการดูแลต่อเนื่องร่วมกัน – การตรวจเพิ่มเติม – การรักษา ทางเลือกการรักษา – การส่งปรึกษาต่อ – การนัดหมายครั้งต่อไป – การติดต่อกันหากมีคาถามเพิ่มเติม – ยืนยันว่าจะอยู่เคียงข้าง พร้อมหาทางเลือกทุกอย่างที่เป็นไปได้มาดูแลโดยไม่ทอดทิ้ง
  14. 14. ตัวอย่างบทสนทนาเรื่องการแจ้งข่าวร้าย – ผู้ป่วยชายไทย 74ปี มีอาการปวดท้องทะลุหลังเรื้อรังมาหลายเดือน รักษาหลายที่ไม่ดีขึ้น กินได้น้อย ผอมลง ในการตรวจครั้งนี้แพทย์สงสัยว่าจะเป็นมะเร็งตับอ่อน เนื่องจาก ประวัติเจ็บป่วยยาวนาน และมีอาการน่าสงสัยหลายอย่าง ระหว่างการตรวจร่างกายคลา พบก้อนกลางท้องขนาดใหญ่ ผู้ป่วยเอะใจกับท่าทีของแพทย์
  15. 15. ผู้ป่ วย: “หมอ บอกมาเลยว่าผมเป็นอะไรแน่ ผมรับได้ผมคิดแล้วว่ามันต้องไม่ดี ไอ้หมอที่ ผ่านมามันชุ่ย ตัวผมมันยังไม่จับต้องอะไรเลย แล้วมาบอกว่าไม่เป็นอะไร ถ้าเป็นอะไรละก็ ผมฟ้องเป็นหางว่าวแน่ เอาให้เป็นคดีตัวอย่าง จะได้ไม่ชุ่ยกันอย่างนี้อีก” แพทย์: “ใจเย็นๆค่ะ หมอยังไม่มั่นใจนัก คงต้องรอส่งตรวจเพิ่มเติมก่อน หมอเข้าใจว่าคุณคง โกรธและผิดหวังที่รักษามานานแล้วยังไม่ได้คาตอบ ถ้ามาได้คาตอบที่ไม่ค่อยดีตอนนี้ มันคง ยากจะยอมรับ แต่ที่คุณคิดอยู่แล้วนี่ มันเป็นโรคอะไรคะ”
  16. 16. ผู้ป่ วย: “โธ่ หมอ ผมอายุปูนนี้แล้ว เห็นมาหมดแล้ว พ่อผมก็เสียด้วยมะเร็งตับ อาการมันก็ เหมือนกันอย่างนี้ เพียงแต่ท่านตัวเหลือง ท้องโตมากด้วย แต่เริ่มแรกก็อาการเหมือนกัน ผม พาพ่อไปรักษา และเฝ้าพยาบาลจนท่านสิ้นลมไปกับมือตัวเอง” แพทย์: “หมอเสียใจด้วยค่ะ เหตุการณ์นั้นนานหรือยังคะ” ผู้ป่ วย: “เกือบ 10ปีแล้วหมอ แต่ยังติดตาอยู่ตลอด พ่อผมตายเพราะหมอชุ่ย ผ่าตัดเสร็จท่านก็ สิ้นลม ไม่ได้กลับบ้านอีกเลย ท่านบ่นอยากกลับบ้านแต่ผมตื๊อให้ท่านผ่าตัดตามคาแนะนา ของหมอ หมอไม่บอกสักคาว่าผ่าตัดอาจไม่สาเร็จ ถ้ารู้ว่าเสี่ยงก็จะไม่ให้ท่านผ่า ท่านอยู่ของ ท่านมาได้ตั้งนาน ถ้าให้ตายไปพร้อมกับมะเร็ง ก็อาจจะอยู่ได้นานกว่านี้”
  17. 17. แพทย์: “คุณเลยรู้สึกผิด และเสียใจกับเหตุการณ์นั้น แม้ว่าตอนนี้เรายังต้องรอผลตรวจ เพิ่มเติมของคุณ แต่คุณคิดอย่างไรบ้างคะ ถ้าโรคที่คุณคิด เช่นมะเร็งแบบพ่อคุณมันเป็นขึ้นมา จริงๆ” ผู้ป่ วย: “ไม่เป็นไรหรอกหมอ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ขอเพียงแต่ให้หมอบอกผมตรงๆก็ พอ อย่าหลอกผมเหมือนที่พ่อผมโดน มีอะไรก็ให้บอก ผมจะได้เลือกทางของผมได้ ไม่ใช่ให้ คนอื่นมาเลือกให้ผม ผมยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องจัดการก่อนตาย คนอื่นทาแทนไม่ได้ ตอนนี้ก็เริ่มสะสางไปบ้างแล้ว”
  18. 18. แพทย์: “ได้ค่ะ เอาไว้เมื่อผลตรวจกลับมา หมอจะแจ้งให้คุณทราบเป็นคนแรก และเราค่อย คิดหาหนทางกันอีกที ว่าแต่คุณอยากให้ใครรับรู้เรื่องนี้อีกหรือเปล่าคะ คุณพาเขามาฟังด้วยก็ ได้คราวหน้า เข้าจะได้ไม่ตกอกตกใจภายหลังหรือถ้าต้องอยู่ดูแลคุณ”
  19. 19. วิเคราะห์ ตัวอย่างบทสนทนาเรื่องการแจ้งข่าวร้าย – ผู้ป่วยชายไทย 74ปี มีอาการปวดท้องทะลุหลังเรื้อรังมาหลายเดือน รักษาหลายที่ไม่ดีขึ้น กินได้น้อย ผอมลง ในการตรวจครั้งนี้แพทย์สงสัยว่าจะเป็นมะเร็งตับอ่อน เนื่องจาก ประวัติเจ็บป่วยยาวนาน และมีอาการน่าสงสัยหลายอย่าง ระหว่างการตรวจร่างกายคลา พบก้อนกลางท้องขนาดใหญ่ ผู้ป่ วยเอะใจกับท่าทีของแพทย์ Perception
  20. 20. ผู้ป่ วย: “หมอ บอกมาเลยว่าผมเป็นอะไรแน่ ผมรับได้ผมคิดแล้วว่ามันต้องไม่ดี ไอ้หมอที่ ผ่านมามันชุ่ย ตัวผมมันยังไม่จับต้องอะไรเลย แล้วมาบอกว่าไม่เป็นอะไร ถ้าเป็นอะไรละก็ ผมฟ้องเป็นหางว่าวแน่ เอาให้เป็นคดีตัวอย่าง จะได้ไม่ชุ่ยกันอย่างนี้อีก” แพทย์: “ใจเย็นๆค่ะ หมอยังไม่มั่นใจนัก คงต้องรอส่งตรวจเพิ่มเติมก่อน หมอเข้าใจว่าคุณคง โกรธและผิดหวังที่รักษามานานแล้วยังไม่ได้คาตอบ ถ้ามาได้คาตอบที่ไม่ค่อยดีตอนนี้ มันคง ยากจะยอมรับ แต่ที่คุณคิดอยู่แล้วนี่ มันเป็นโรคอะไรคะ” Perception Perception Empathy
  21. 21. ผู้ป่ วย: “โธ่ หมอ ผมอายุปูนนี้แล้ว เห็นมาหมดแล้ว พ่อผมก็เสียด้วยมะเร็งตับ อาการมันก็ เหมือนกันอย่างนี้ เพียงแต่ท่านตัวเหลือง ท้องโตมากด้วย แต่เริ่มแรกก็อาการเหมือนกัน ผม พาพ่อไปรักษา และเฝ้าพยาบาลจนท่านสิ้นลมไปกับมือตัวเอง” แพทย์: “หมอเสียใจด้วยค่ะ เหตุการณ์นั้นนานหรือยังคะ” ผู้ป่ วย: “เกือบ 10ปีแล้วหมอ แต่ยังติดตาอยู่ตลอด พ่อผมตายเพราะหมอชุ่ย ผ่าตัดเสร็จท่านก็ สิ้นลม ไม่ได้กลับบ้านอีกเลย ท่านบ่นอยากกลับบ้านแต่ผมตื๊อให้ท่านผ่าตัดตามคาแนะนา ของหมอ หมอไม่บอกสักคาว่าผ่าตัดอาจไม่สาเร็จ ถ้ารู้ว่าเสี่ยงก็จะไม่ให้ท่านผ่า ท่านอยู่ของ ท่านมาได้ตั้งนาน ถ้าให้ตายไปพร้อมกับมะเร็ง ก็อาจจะอยู่ได้นานกว่านี้” Knowledge
  22. 22. แพทย์: “คุณเลยรู้สึกผิด และเสียใจกับเหตุการณ์นั้น แม้ว่าตอนนี้เรายังต้องรอผลตรวจ เพิ่มเติมของคุณ แต่คุณคิดอย่างไรบ้างคะ ถ้าโรคที่คุณคิด เช่นมะเร็งแบบพ่อคุณมันเป็นขึ้นมา จริงๆ” ผู้ป่ วย: “ไม่เป็นไรหรอกหมอ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ขอเพียงแต่ให้หมอบอกผมตรงๆก็พอ อย่าหลอกผมเหมือนที่พ่อผมโดน มีอะไรก็ให้บอก ผมจะได้เลือกทางของผมได้ ไม่ใช่ให้คน อื่นมาเลือกให้ผม ผมยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องจัดการก่อนตาย คนอื่นทาแทนไม่ได้ ตอนนี้ก็เริ่มสะสางไปบ้างแล้ว” Empathy Invitation Invitation
  23. 23. แพทย์: “ได้ค่ะ เอาไว้เมื่อผลตรวจกลับมา หมอจะแจ้งให้คุณทราบเป็นคนแรก และเราค่อย คิดหาหนทางกันอีกที ว่าแต่คุณอยากให้ใครรับรู้เรื่องนี้อีกหรือเปล่าคะ คุณพาเขามาฟังด้วยก็ ได้คราวหน้า เข้าจะได้ไม่ตกอกตกใจภายหลังหรือถ้าต้องอยู่ดูแลคุณ” Summary and Strategy
  24. 24. ทาอย่างไร เมื่อญาติไม่ให้แจ้งข่าวร้ายให้ผู้ป่วยทราบ Family medicine handbook Chapter 34
  25. 25. ทาอย่างไร เมื่อญาติไม่ให้แจ้งข่าวร้ายให้ผู้ป่วยทราบ – เป็นสถานการณ์ที่พบบ่อยในการดูแลผู้ป่วยด้วยโรคที่หมดหวัง – คนไทยมักใช้คาอุปมาอุปไมย – แพทย์เมื่อมีเหตุการณ์ที่ต้องแจ้งข่าวร้ายมักไม่บอกผู้ป่วยตรงๆ แต่จะใช้วิธีทางอ้อมโดย เรียกญาติเข้ามาแทน บอกข่ายร้ายผ่านญาติ และให้ญาติตัดสินใจในการรักษาแทนผู้ป่วย
  26. 26. ความแตกต่างระหว่าง “ญาติ” กับ “ผู้ป่วย” – ญาติและผู้ป่วยเป็นบุคคลคนละคนกัน มีความคิด ความต้องการกันคนละแบบ – การแจ้งข่าวร้ายแก่ญาติโดยที่ไม่รู้จักญาติ จะปลอดภัยแก่ญาติ และเป็นประโยชน์ต่อ ผู้ป่วยอย่างแท้จริงหรือไม่ – หลายครั้งที่แพทย์พบว่าญาติหลายคนมีความต้องการที่จะรักษาผู้ป่วยไม่ตรงกัน – แพทย์จึงควรคานึงถึงสิทธิของผู้ป่วยเป็นหลัก และใช้การประนีประนอมเป็นหลัก ไม่ใช่ ทาตามความต้องการของญาติก่อนความต้องการของผู้ป่วย
  27. 27. ภาวะที่ครอบครัวเงียบงันกับข่าวร้าย (Conspiracy of silence) – เป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อข่าวร้ายของครอบครัว – สมาชิกจะเกิดความตระหนกและเกิดการเงียบงัน เพื่อพยายามรักษาบรรยากาศในบ้าน ไม่ให้ดูหดหู่จนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสะเทือนใจแก่ผู้ป่วย – ครอบครัวที่มีพยาธิสภาพ จะเกิดภาวะนี้ยาวนาน ทาให้ระบบการสื่อสารภายในครอบครัว ถูกตัดขาด (Family communication shutdown) – ยิ่งคนในครอบครัวไม่สื่อสารกัน เวลาที่จะอยู่ด้วยกันแบบจริงใจก็น้อยลง – อาการทุกข์ทรมานต่างๆอาจถูกกลบเกลื่อนไป เพราะไม่ถูกสื่อสารออกมา
  28. 28. การประเมินครอบครัวเมื่อเกิดข่าวร้าย (Family system assessment) 1. ประกอบด้วยใครบ้าง – ครอบครัวเดี่ยว/ครอบครัวขยาย – เครือข่ายทางสังคม 2. ลักษณะของระบบครอบครัว 2.1 Life-cycle related issue 2.2 Relationship: enmeshed, disengaged, alliances, coalition, triangulation, scapegoat, isolation, in charge 2.3 Past ability to cope with crisis 2.4 Response to current illness
  29. 29. การประเมินครอบครัวเมื่อเกิดข่าวร้าย (Family system assessment) 2. ลักษณะของระบบครอบครัว 2.5 Resources 2.6 Risk of troubled bereavement – Parental grief – Social isolation – Ambivalent relationship – Concurrent life crisis – Short preparation time of loss – Cultural or family repression of grief – Disenfranchised grief
  30. 30. แนวทางการดูแลญาติที่ขอร้องไม่ให้แพทย์แจ้งข่าว ร้ายแก่ผู้ป่วย 1. สะท้อนความรู้สึกปรารถนาดีของญาติ ที่ไม่อยากให้ผู้ป่วยสะเทือนใจ (Acknowledge the conspiracy of silence in family) 2. ไถ่ถามว่าญาติเป็นใคร มีความผูกพันกับผู้ป่วยอย่างไร รู้จักผู้ป่วยว่าเป็นคนที่มีนิสัย อย่างไร 3. ค่อยๆถามให้ญาติเห็นว่าจากนิสัยผู้ป่วย เมื่อมีความเจ็บป่วยเช่นนี้ น่าจะกาลังคิดอะไร และต้องการจะทาอะไรบ้าง 4. ถามกลับว่าหากผู้ป่วยสงสัยและอยากรู้เกี่ยวกับความเจ็บป่วยของตนเอง จะให้แพทย์ บอกอย่างไรที่จะไม่เป็นการโกหกผู้ป่วย
  31. 31. 5. ช่วยให้ญาติมองเห็นความจริงที่ว่าความลับเรื่องโรคร้ายมันไม่ได้อยู่ที่คนภายนอกอย่าง แพทย์หรือญาติ 6. ค่อยๆถามให้ญาติได้คิดว่าผู้ป่วยจะรู้สึกอย่างไรหากรู้ว่าแพทย์และญาติร่วมกันปิดบังความ จริงจากเขา ผู้ป่วยอาจอยากทราบความจริงเพื่อเอาเวลาที่เหลือน้อยไปทาอย่างอื่น 7. สะท้อนความรักที่ญาติมีต่อผู้ป่วยอีกครั้ง ให้เวลาญาติในการทาใจ 8. เสนอความช่วยเหลือ หรือให้ช่องทางติดต่อแก่ญาติ แพทย์ควรนับว่าญาติเป็นผู้ป่วยราย ใหม่ที่ต้องประเมินและให้ความช่วยเหลือแยกจากผู้ป่วยคนแรก
  32. 32. แนวทางในการช่วยเหลือครอบครัวที่ชะงักงันกับข่าวร้าย 1. วินิจฉัยภาวะการณ์สื่อสารขาดตอน หรือภาวะเงียบงันในขณะที่ครอบครัววิกฤตให้ได้แต่เนิ่นๆ 2. แสดงถึงความเข้าใจถึงความปรารถนาดีของแต่ละฝ่าย ทั้งผู้ป่วย และญาติ 3. ประสานความสัมพันธ์ให้ผู้ป่วยและญาติกล้าสื่อสารกันตรงๆในเรื่องความเจ็บป่วยที่ถึงแม้จะ เป็นโรคร้ายแรง 4. เฝ้าระวังการสื่อสารที่อาจมีปัญหาระหว่างกันแล้วเข้าแทรกแซงเพื่อให้ครอบครัวผ่านพ้น ปัญหาความขัดแย้ง 5. ยึดถือความซื่อสัตย์ต่อผู้ป่วยเป็นเกณฑ์เพื่อความไว้วางใจ 6. จัดตั้งทีมบุคคลากรที่เข้าใจในการช่วยเหลือผู้ป่วยและญาติในห้วงเวลาวิกฤติที่เหลืออยู่น้อย

    Be the first to comment

    Login to see the comments

  • MunchukornLeelatanon

    Aug. 31, 2016
  • EdCiel

    Apr. 10, 2017
  • KatsamapornSastarawatid

    May. 2, 2018
  • FaisNiyomdecha

    Jan. 9, 2019
  • NateNate6

    Jul. 11, 2020
  • ChanpicharNuipirom

    Feb. 22, 2021
  • ThitiyaThantongaroon

    Mar. 11, 2021

family medicine handbook chapter 33-34

Views

Total views

1,769

On Slideshare

0

From embeds

0

Number of embeds

4

Actions

Downloads

32

Shares

0

Comments

0

Likes

7

×