Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

การปฏิรูปศาสนา Religious Reformation

11,945 views

Published on

การปฏิรูปศาสนา Religious Reformation

Published in: Education
  • Sex in your area is here: ♥♥♥ http://bit.ly/2F90ZZC ♥♥♥
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • Follow the link, new dating source: ❶❶❶ http://bit.ly/2F90ZZC ❶❶❶
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here

การปฏิรูปศาสนา Religious Reformation

  1. 1. การปฏิรูปศาสนา (Religious Reformation)
  2. 2. จัดทำาโดย 1. นางสาวณภาภัช ประชาอนุวงศ์ ม.6.5 เลขที่ 1 2. นางสาววรินธร ลิมปนากร ม. 6.5 เลขที่ 33 เสนอ อาจารย์ปรางค์สวุรรณ ศักดิ์โสภณกุล วิชา ส33101 สงัคมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนสตรีวิทยา
  3. 3. การปฏิรูปศาสนา มีสาเหตุ สำาคัญ มาจากความเสื่อมความนิยมในผู้นำาทางศาสนา และการเกิดแนวคิดใหม่เกี่ยวกับศาสนา เนื่องจากมี การศึกษาคัมภีร์ไบเบิลและแปลออกเป็นภาษาต่างๆ เช่น ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ทำาให้คริสต์ ศาสนิกชนมีความรู้ความเข้าใจใหม่ การปฏิรูป ศาสนาจึงเกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศ โดยมีผนู้ำาการ ปฏิรูปหลายคนและใช้ชื่อแตกต่างกัน
  4. 4. การปฏิรูปคริสต์ศาสนา หมายถึง ขบวนการ ในยุโรปตะวันตกที่ปัจเจกชนและสถาบันต่างๆ แสดงความเห็นคัดค้านการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตาม หลักในคัมภีร์ไบเบิล การปฏิรูปเป็นไปอย่าง ต่อ เนื่อง จนในที่สุดคริสต์ศาสนาในยุโรปได้แตกแยก เป็น 2 นิกาย คือโรมันคาทอลิกและ โปรเตสแตนต์
  5. 5. การปฏิรูปศาสนา (Religious Reformation) การปฏิรูปศาสนาเริ่มขึ้นประมาณ ค.ศ. 1500 มี ผลให้อิทธิพลของศาสนาคริสต์ที่ครอบงำาดินแดน ต่างๆ ในยุโรปนานหลายศตวรรษเสอื่มสลาย จุดเริ่ม ต้นของการปฏิรูปศาสนาเกิดจากนักมนุษย์นิยมในดิน แดนยุโรปกลุ่มหนึ่งได้วิพากย์ถึงความเสื่อมของ สถาบันศาสนา และเสนอแนวทางแก้ไข แต่ศาสนจักร ไม่ยอมรับความคิดและข้อเสนอแนะ จึงเกิดความ แตกแยกและนำาไปสู่การปฏิรูปศาสนา
  6. 6. สาเหตุของการปฏิรูปศาสนา ปลายสมัยกลาง ศาสนาคริสต์ถึงแก่ความเสื่อม เนื่องจากประชาชนเบื่อหน่ายวิธีดำารงชีวิตด้วยความ ฟุ้งเฟ้อและการซื้อขายตำาแหน่งของพระชั้นผใู้หญ่ นอกจากนี้กลุ่มชาตินิยมที่ก่อตัวขึ้นในดินแดนต่างๆ ในช่วงปลายสมัยฟิวดัลก็ดำาเนินการต่อต้านอำานาจ ทางการเมืองของสันตะปาปาที่ครอบงำากษัตริย์และผู้ ปกครองดินแดนต่างๆ ในยุโรป
  7. 7. การแสดงความคิดต่อต้านอำานาจของสันตะปาปาและ คริสตจักรเริ่มขึ้นในดินแดนเยอรมณี ซึ่งขณะนั้นอยู่ ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ที่ กำาลังเสื่อมอำานาจและมีการก่อตัวของกลุ่มชาตินิยม ในแคว้นต่างๆ กลุ่มชาตินิยมเยอรมันได้วิพากย์วิธกีาร เรี่ยไรเงินของสันตะปาปาเพื่อนำาเงินไปก่อสร้างวิหาร เซนต์ปีเตอร์ (St. Peter) ในกรุงโรม โดยวิธกีารขาย บัตรไถ่บาปว่าเป็นสงิ่ที่ไม่ถูกต้อง ผู้นำาในการต่อต้าน คือมาร์ติน ลูเธอร์ (Martin Luther) นักบวชชาว เยอรมันซึ่งเป็นผู้ที่เคร่งศาสนาและเห็นว่าวิธีการจ่าย เงินเพื่อไถ่บาปเป็นสงิ่หลอกลวงประชาชน
  8. 8. มหาวิหารนักบุญเปโตร จากภาพเขียนโดยวิวีอา โน โกดัซซี (Viviano Codazzi) เมื่อ ค.ศ. 1630 หอสองหอที่เห็นในภาพถู กรี้อภายหลัง รูปจากทางอากาศ ของ มหาวิหารนักบุญเป โตร
  9. 9. ใน ค.ศ. 1520 ลูเธอร์ ได้พิมพ์หนังสือเผยแพร่ความ คิดต่อต้านพฤติกรรมของสันตะปาปาถึง 3 เล่ม แนวคิดของเขาได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง เป็นเหตุให้สันตะปาปาลีโอที่ 10 (Leo X) ประกาศขับ ไล่เขาออกจากศาสนา และให้จักรวรรดิชาลล์ที่ 5 (Charles V) แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ลงโทษลู เธอร์ว่าเป็นบุคคลนอกกฎหมาย
  10. 10. แต่ลูเธอร์ได้รับการคมุ้ครองจาก เจ้าชายเฟรเดอริก ผู้ ปกครองแคว้นแซกซอนี (Saxony) ซึ่งมีแนวคิดแบบ ชาตินิยม จึงรอดพ้นจากการลงโทษ และสามารถ เผยแผ่คริสต์ศาสนาตามแนวทางของเขา โดยการ แปลคัมภีร์ไบเบิ้ลเป็นภาษาเยอรมันทำาให้ความรู้ด้าน ศาสนาแพร่หลายและแยกเป็นนิกายใหม่ เรียกว่า “โปรเตสแตนต์” (Protestant)
  11. 11. สันตะปาปาลีโอที่ 10 (Leo X) จักรวรรดิชาลล์ที่ 5 (Charles V)
  12. 12. แนวความคิดถูกแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว และเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปศาสนาไปทั่วยุโรป ปฏิกิริยาตอบโต้ของศาสนจักรโรมันคาธอลิก 1.การจัดตั้งสมาคมเยซูอิทซ์ ให้ศึกษาให้แก่บุตร หลานชาวคาธอลิก เพื่อจะได้ไม่เปลี่ยนไปเป็น Protesstant 2.การจัดตั้งศาลพิเศษทางศาสนา เพื่อต่อต้านการก ระทำาของพวกนอกรีต มีการลงโทษอย่างรุนแรง เช่นการเผาทั้งเป็น
  13. 13. 3.การประชุมทางศาสนาที่เมืองเทรนท์ มีผลดังนี้คือ - สันตะปาปาคือประมุขของศาสนา - คำาภีร์ไบเบิลต้องเขียนเป็นภาษาละติน - ห้ามขายตำาแหน่งทางศาสนาและห้ามขายใบ ไถ่บาป - ไม่ให้คนที่ไม่มีความรู้มารับตำาแหน่งราชาคณะ - ขึ้นบัญชีหนังสือต้องห้ามซึ่งเป็นของพวกนอก ศาสนา หนังสอืต้องห้าม จะถูกทำาลายผู้แต่งจะถูกเผาทั้งเป็น
  14. 14. กองฟืนที่เตรียมไว้ เผาทั้งเป็น พวกโปรเตสแตนต์ที่ ยอมตาย เพื่อรักษาความเชื่อ ตน มาร์ติน ลูเธอร์ (Martin Luther)
  15. 15. การปฏิรูปศาสนจักร เมื่อเกิดการปฏิรูปศาสนาในดินแดนสว่นต่าง ๆ ของยุโรป คริสตจักร ที่กรุงโรมได้พยายาม ต่อต้านปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยวิธีต่าง ๆ ได้แก่ 1. ศาสนจักรได้จัดการประชุมดังกล่าวใช้ระยะเวลา ถึง 18 ปี สิ้นสดุใน ค.ศ.1563 โดยมีบทสรุปดังนี้
  16. 16. 1) สันตะปาปาทรงเป็นประมุขของคริสต์ศาสนา 2) การประกาศหลักธรรมทางศาสนาต้องใช้ ศาสนจักรเป็นผู้ประกาศ แก่ศาสนิกชน 3) คัมภีร์ไบเบิลต้องเป็นภาษาละติน 4) ยกเลิกการขายใบยกโทษบาปและตำาแหน่ง ทางศาสนา มีการกำาหนด ระเบียบวินัย มาตรฐานการศึกษาของพระ และให้ใช้ ภาษาพื้นเมืองในการสอน ศาสนา
  17. 17. 2. ศาสนจักรได้ตั้งศาลศาสนาเพื่อลงโทษพวกนอก ศาสนา โดยศาลศาสนาพิจารณาความผิดของพวก นอกศาสนาคาทอลิก และชาวคาทอลิกที่มีความคิด เห็นแตกต่างจากศาสจักร ซึ่งมีการลงโทษโดยการเผา คนผิดทั้งเป็น การต่อต้านการปฏิรูปศาสนาของคริสตจักรที่ กรุงโรมกระทำาได้ผล คือ นิกายโรมันคาทอลิก สามารถป้องกันไม่ให้ศาสนิกชนโรมันคาทอลิกหันไป นับถือนิกายโปรเตสแตนต์เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่สามารถดึง ศาสนิกชนโปรเตสแตนต์ให้กลับมานับถือนิกาย โรมันคาทอลิกได้
  18. 18. 3. การปรับปรุงระเบียบวินัยของนักบวชและตั้งคณะ นักบวชเพื่อการปฏิรูป เช่น คณะเยซูอิต ตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1534 เพื่อจัดตั้งโรงเรียนสอนศาสนาและเผยแผ่ ศาสนาไปยังประเทศต่างๆ
  19. 19. การประชุมสงัคายนาแห่งเทรนต์ (Council of Trent) ระหว่าง ค.ศ. 1545-1547 และ ค.ศ. 1562-1563 เพื่อ กำาหนดระเบียบวินัยภายในคริสต จักร
  20. 20. คณะเยซูอิต (The Jesuit) ก่อตั้งโดย ชาวสเปนชอื่ Ignatius Loyolaและได้รับ การรับรองโดยพระสนัตะปาปาพอลที่ 3 เป็นสุดยอดของสมาคมลับในคริสตจักร คาทอลิคที่จะเข้าไปแทรกซึมกลุ่ม โปรเตสแตนต์
  21. 21. ผลกระทบของการปฏิรูปศาสนาต่อพัฒนาการ ของยุโรป 1. การประกาศแยกตัวของกลุ่มโปรเตสแตนด์ใน ดินแดนเยอรมณีก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำาคัญ ต่อพัฒนาการของยุโรป คือ เกิดการแตกแยกของ ศาสนาคริสต์ และการพัฒนารัฐชาติในยุโรป คริสต์ศาสนาแบ่งออกเป็น 2 นิกาย คือ นิกาย โรมันคาทอลิก และ นิกายโปรเตสแตนต์
  22. 22. - นิกายโรมนัคาทอลิก มีศูนย์กลางที่กรุงโรม มี สันตะปาปาเป็นประมุข - นิกายโปรเตสแตนต์ ซึ่งแยกเป็นนิกายต่างๆ ได้แก่ นิกายลูเธอร์แรน นิกายคาลวิน นิกายแอ งกลิคัน เป็นต้น (ส่วนนิกายออร์ทอดอกซ์ แยกตัว ไม่ขึ้นกับสนัตะปาปา ใน ค.ศ. 1045 โดยมีสังฆราช ที่เรียกว่า PATRIARCH เป็นประมุข ซึ่งแพร่หลาย ในกรีซ รัสเซีย เซอร์เบีย โรมาเนีย บัลแกเรีย) ทำาให้ความเป็นเอกภาพทางศาสนาสิ้นสุดลง
  23. 23. 2. เกิดการกระตุ้นให้ศึกษาหลักธรรมทางคริสต์ศาสนา มากยิ่งขึ้นในหมู่สามัญชน มีการ เผยแผ่คริสต์ศาสนา ไปยังดินแดนต่างๆนอกทวีปยุโรป เช่น อเมริกา เอเชีย และแอฟริกา 3. เกิดกระแสชาตินิยมในประเทศต่างๆ เนื่องจาก นิกายโปรเตสแตนต์ส่งเสริมวัฒนธรรม ท้องถิ่น และ ส่งเสริมให้อำานาจแก่ผู้ปกครองในท้องถิ่นเป็นตัวแทน ของพระเจ้าในการปกครอง ประเทศ 4. เกิดสงครามศาสนาในยุโรปหลายครั้ง ส่งผลให้ สถาบันกษัตริย์มีอำานาจเหนือคริสตจักร ในที่สุด
  24. 24. สรุปสาเหตุการปฏิรูปศาสนา 1. ประชาชนไม่พอใจสันตะปาปาที่กรุงโรม พระ และบาทหลวงที่มีความเป็นอยู่อย่าง ฟุ่มเฟือย หรูหรา ทั้งยังเรียกเก็บภาษีบำารุงศาสนาสูงขึ้น เพื่อ นำาเงินไปใช้จ่ายในคริสตจักรใน กรุงโรม รวมทั้ง การซื้อขายตำาแหน่งของพวกบาทหลวงและความ เสื่อมเสียในจริยวัตรของ สันตะปาปาที่ครองอำานาจ ในคริสต์ศตวรรษที่ 15-16
  25. 25. 2. เจ้าผคู้รองแคว้นต่างๆ ในยุโรปต้องการเป็นอิสระ จากคริสตจักรที่มีสันตะปาปาเป็น ผู้ปกครอง และ จากจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากสันตะปาปาเข้าไปยุ่งเกี่ยว และใช้อำานาจ ทางการเมือง 3. การศึกษาในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ทำาให้ชาว ยุโรปเห็นว่ามนุษย์สามารถทำาความ เข้าใจคัมภีร์ ไบเบิลได้ด้วยตนเองมากกว่าที่จะผ่านพิธีกรรมของ ศาสนจักร
  26. 26. 4. สันตะปาปาจูเลียสที่ 2 (JULIUS II) และ สันตะปาปาลีโอที่ 1 ต้องการหาเงินในการ ก่อสร้าง มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่กรุงโรม จึงส่งคณะสมณทูต มาขาย “ใบไถ่บาป” ในดินแดน เยอรมนี เนื่องจาก เป็นแนวคิดของชาวคริสต์ว่า พระเป็นเจ้าส่งพระเยซู คริสต์มาช่วยมนุษย์ให้พ้น จากบาป เรียกว่า การ ไถ่บาป (REDEMPTION) ด้วยการเสียสละพระชนม์ ชีพ การไถ่บาปจะเป็นการ เปิดทางให้มนุษย์ได้รับ การอภัยโทษ และกลับมามีความสัมพันธ์กับพระเจ้า และเพื่อนมนุษย์ได้ อย่างถูกต้อง
  27. 27. จบการนำาเสนอ ขอบคุณค่ะ

×